คุณค้นหา “shopify ในประเทศไทย” เพราะอยากรู้คำตอบเดียว ใช้ได้จริงไหม?
คำตอบสั้นๆ คือใช้ได้ แต่ไม่ตรงไปตรงมาเหมือนผู้ขายในสหรัฐฯ หรือสิงคโปร์ ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่ Shopify Payments รองรับ ผู้ขายไทยจึงต้องต่อ payment gateway ภายนอกเอง ต้องวางแผนเรื่องภาษีถ้าร้านเริ่มมียอดขายสูง และต้องเชื่อมต่อระบบจัดส่งไทยด้วยแอปเสริมแทนที่จะมีมาให้ในตัว
บทความนี้พาไปดูทีละเรื่องที่ผู้ขายไทยต้องรู้ก่อนเปิดร้าน Shopify จริง ตั้งแต่เรื่องภาษี payment gateway ที่ใช้ได้ การเชื่อมต่อขนส่ง ไปจนถึงราคาจริงเป็นบาทในปี 2026 ข้อมูลทั้งหมดมาจากการวิจัยหน้าเอกสารทางการของ Shopify กรมสรรพากร และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่จากการเปิดร้านทดลองด้วยตัวเอง

Shopify คืออะไร และทำไมผู้ขายไทยถึงสนใจ?
Shopify คือแพลตฟอร์มสร้างร้านค้าออนไลน์แบบครบวงจร ใช้งานได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ผู้ขายไทยเปิดร้านและขายสินค้าให้ลูกค้าใน 190 กว่าประเทศทั่วโลกผ่าน Shopify ได้ แต่ประเทศไทยไม่ได้อยู่ใน 39 ประเทศที่ Shopify Payments รองรับ ตามข้อมูลของ Shopify Help Center ผู้ขายไทยจึงต้องวางแผนเรื่อง payment gateway และภาษีเพิ่มเติมก่อนเปิดร้าน
Shopify เป็นแพลตฟอร์มแบบ SaaS คุณจ่ายค่าแพ็คเกจรายเดือน แล้วได้ hosting ความปลอดภัย ธีมร้านค้า และระบบหลังบ้านมาให้ครบ ไม่ต้องหา hosting เอง ไม่ต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์ นี่คือเหตุผลที่ผู้ขายทั่วโลกเลือกใช้
สำหรับผู้ขายไทย คำถามที่แท้จริงไม่ใช่ “Shopify ดีไหม” เพราะแพลตฟอร์มนี้พิสูจน์ตัวเองมาแล้วระดับโลก คำถามที่สำคัญกว่าคือ “Shopify ใช้งานได้เต็มรูปแบบในบริบทไทยไหม” คำตอบมีทั้งส่วนที่ใช่และไม่ใช่ตามที่จะอธิบายต่อไป
ต้องจดทะเบียนธุรกิจก่อนเปิดร้าน Shopify ในไทยไหม?
ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนธุรกิจก่อนเปิดร้าน Shopify คุณเปิดร้านและเริ่มขายในนามบุคคลธรรมดาได้ทันที แต่เมื่อรายได้จากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายไทยกำหนดให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ตามประกาศของกรมสรรพากร
เปิดร้าน Shopify ครั้งแรกไม่มีขั้นตอนขอเอกสารจดทะเบียนธุรกิจ คุณกรอกอีเมล ตั้งชื่อร้าน แล้วเริ่มได้เลย เหมาะกับคนที่อยากทดลองขายก่อนตัดสินใจลงทุนจริงจัง
แต่มีสองเรื่องที่ผู้ขายไทยต้องวางแผนล่วงหน้า
1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ตามกฎหมายไทย ธุรกิจที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 150,000 บาทต่อเดือนโดยเฉลี่ย ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรภายใน 30 วัน (อ้างอิงเกณฑ์จาก คู่มือ VAT ประเทศไทยของ Stripe) ร้านที่รายได้ต่ำกว่านี้ไม่บังคับ แต่จดทะเบียนโดยสมัครใจได้เช่นกัน
2. โดเมน .co.th: ถ้าอยากใช้โดเมน .co.th แทน .com ต้องมีเอกสารทะเบียนธุรกิจไทยหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว ตามข้อกำหนดของ THNIC ผู้ดูแลโดเมนประเทศไทย ผู้ขายส่วนใหญ่ที่เพิ่งเริ่มต้นจึงมักใช้โดเมน .com ไปก่อน แล้วค่อยจดทะเบียนธุรกิจและเปลี่ยนเป็น .co.th ทีหลังเมื่อร้านโตขึ้น
พูดง่ายๆ คือเริ่มขายก่อนได้โดยไม่ต้องมีบริษัท แต่วางแผนเรื่องภาษีไว้ล่วงหน้า อย่ารอให้ถึงวันที่รายได้เกินเกณฑ์แล้วค่อยหาข้อมูล

Payment Gateway ไหนใช้กับ Shopify ได้ในประเทศไทย?
Shopify Payments ไม่รองรับประเทศไทย ผู้ขายไทยต้องต่อ payment gateway ภายนอกแทน ตัวเลือกหลักคือ Omise (ปัจจุบันคือ Opn Payments) และ 2C2P ซึ่งรองรับบัตรเครดิต PromptPay และ internet banking ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ประมาณ 2.7-3.65% ต่อรายการ บวกค่าธรรมเนียมเพิ่มจาก Shopify อีก 0.6-2% เพราะไม่ได้ใช้ Shopify Payments
นี่คือข้อจำกัดที่ชัดเจนที่สุดของ Shopify สำหรับตลาดไทย ตามรายชื่อประเทศที่ Shopify Payments รองรับอย่างเป็นทางการ ประเทศไทยไม่ได้อยู่ใน 39 ประเทศที่เปิดให้บริการ ต่างจากผู้ขายในสหรัฐฯ อังกฤษ หรือสิงคโปร์ที่เปิดใช้ Shopify Payments ได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อ gateway อื่น
ผู้ขายไทยจึงต้องเลือก payment gateway ภายนอกจากตัวเลือกเหล่านี้
- Omise (Opn Payments): รองรับบัตรเครดิต บัตรเดบิต และ internet banking ของธนาคารไทยหลัก มีปลั๊กอินเชื่อมต่อ Shopify อย่างเป็นทางการ
- 2C2P: ผู้ให้บริการชำระเงินสัญชาติไทย รองรับ PromptPay บัตรเครดิต และการผ่อนชำระ เป็นที่นิยมในกลุ่มธุรกิจไทยขนาดกลาง
- Stripe: รองรับบัตรเครดิตและ Apple Pay แต่ผู้ขายที่จดทะเบียนในไทยอาจมีข้อจำกัดเรื่องการเปิดบัญชีเทียบกับ Omise หรือ 2C2P
ค่าธรรมเนียมของ gateway เหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 2.7-3.65% ต่อรายการ ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและวิธีชำระเงิน และเพราะไม่ได้ใช้ Shopify Payments ตัวแพลตฟอร์มเองก็เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 0.6-2% ต่อรายการตามแพ็คเกจที่ใช้ รวมแล้วต้นทุนค่าธรรมเนียมชำระเงินของผู้ขายไทยจึงสูงกว่าผู้ขายในประเทศที่ Shopify Payments รองรับโดยตรง
เชื่อมต่อระบบจัดส่งไทยกับ Shopify ได้อย่างไร?
Shopify ไม่มีระบบจัดส่งไทยในตัว ผู้ขายต้องติดตั้งแอปเสริมจาก Shopify App Store เพื่อเชื่อมต่อขนส่งอย่าง Kerry Express, Flash Express, J&T Express และไปรษณีย์ไทย แอปส่วนใหญ่คิดค่าบริการเพิ่มเติมเป็นรายเดือนหรือตามจำนวนออเดอร์ นอกเหนือจากค่าส่งที่จ่ายให้บริษัทขนส่งโดยตรง
ต่างจาก LnwShop หรือแพลตฟอร์มไทยบางเจ้าที่ผูกระบบขนส่งไทยไว้ในตัวแล้ว Shopify เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะตลาดไทย การเชื่อมต่อขนส่งจึงต้องทำผ่านแอปเสริมในหมวด Shipping ของ Shopify App Store
แอปที่ผู้ขายไทยใช้เชื่อมต่อขนส่งบ่อยที่สุดครอบคลุมผู้ให้บริการอย่าง Kerry Express, Flash Express, J&T Express, DHL eCommerce และไปรษณีย์ไทย แอปเหล่านี้ช่วยพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ คำนวณค่าส่งอัตโนมัติ และอัปเดตสถานะพัสดุกลับเข้าระบบ Shopify
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือก
- แอปส่วนใหญ่มีค่าบริการรายเดือนเพิ่มเติม หรือคิดค่าบริการต่อออเดอร์ แยกจากค่าแพ็คเกจ Shopify
- อัตราค่าจัดส่งแบบเรียลไทม์จากขนส่งภายนอก เช่น แสดงราคาส่งจริงตอนลูกค้าเช็คเอาท์ เป็นฟีเจอร์ที่มีเฉพาะแพ็คเกจ Advanced ขึ้นไป แพ็คเกจ Basic และ Grow ต้องตั้งราคาส่งคงที่หรือตามน้ำหนักเอง
- ผู้ขายที่เพิ่งเริ่มต้นส่วนใหญ่ตั้งค่าส่งแบบเหมาราคาไปก่อน แล้วค่อยปรับเป็นระบบคำนวณอัตโนมัติเมื่อออเดอร์เยอะขึ้น

Shopify รองรับภาษาไทยและลูกค้าไทยดีแค่ไหน?
หน้าร้าน Shopify แสดงเป็นภาษาไทยได้เต็มรูปแบบ ทั้งชื่อสินค้า คำอธิบาย และหน้าเพจต่างๆ แต่แดชบอร์ดผู้ขายหลังบ้านเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ไม่มีเวอร์ชันภาษาไทย อีเมลอัตโนมัติอย่างการยืนยันออเดอร์ก็ต้องแก้ template เองถ้าต้องการภาษาไทย
ฝั่งที่ลูกค้าเห็นคือหน้าร้าน ปรับเป็นภาษาไทยได้เต็มที่ ธีมส่วนใหญ่รองรับตัวอักษรไทยแสดงผลได้ปกติ แต่ควรตรวจสอบฟอนต์ของธีมที่เลือกว่าแสดงภาษาไทยได้สวยงามหรือไม่ก่อนตัดสินใจซื้อธีมพรีเมียม
ฝั่งที่ผู้ขายเห็นคือหลังบ้าน ยังเป็นภาษาอังกฤษล้วน ผู้ขายไทยที่ไม่คุ้นเคยกับศัพท์อีคอมเมิร์ซภาษาอังกฤษอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้ระบบมากกว่าแพลตฟอร์มไทยอย่าง LnwShop ที่หลังบ้านเป็นภาษาไทยทั้งหมด
อีเมลอัตโนมัติที่ส่งให้ลูกค้า เช่น ยืนยันออเดอร์หรือแจ้งเลขพัสดุ มาเป็นภาษาอังกฤษโดยค่าเริ่มต้น ต้องเข้าไปแก้ไข template เองในส่วนตั้งค่าเพื่อเปลี่ยนเป็นภาษาไทย ซึ่งไม่ยาก แต่เป็นขั้นตอนเพิ่มที่ต้องทำเองตั้งแต่วันแรก
ยังไม่แน่ใจว่าร้านของคุณพร้อมเปิดหรือยัง? ทำแบบประเมินความพร้อม 12 ข้อ ใช้เวลา 3 นาที เพื่อดูว่าคุณควรเริ่มจากตรงไหน ทำแบบประเมินฟรี ฟรี ไม่มีการขายของแอบแฝง
Shopify ราคาเท่าไหร่สำหรับผู้ขายไทยในปี 2026?
Shopify Basic ราคาประมาณ 650-700 บาทต่อเดือน (USD 19) แพ็คเกจ Grow ประมาณ 1,700-1,750 บาทต่อเดือน (USD 49) ตามข้อมูลจากหน้าราคาทางการของ Shopify ราคาคิดเป็น USD ทำให้จำนวนบาทจริงผันผวนตามอัตราแลกเปลี่ยน และมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม 0.6-2% จาก payment gateway ภายนอกที่ไม่ใช่ Shopify Payments
| แพ็คเกจ | ราคาต่อเดือน (บาท) | ราคาต่อเดือน (USD) | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Basic | ประมาณ 650-700 บาท | 19 | เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่มียอดขายสม่ำเสมอ |
| Grow | ประมาณ 1,700-1,750 บาท | 49 | ร้านเริ่มมียอดขาย ต้องการเพิ่มพนักงานเข้าระบบ |
| Advanced | ประมาณ 10,300-10,500 บาท | 299 | ร้านยอดขายสูง ต้องการอัตราค่าส่งเรียลไทม์ |
| Plus | เริ่มต้นประมาณ 80,000 บาท | 2,300 | ธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้ขายไทยส่วนใหญ่ยังไม่จำเป็น |
ราคาคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 35 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ และผันผวนตามอัตราแลกเปลี่ยนจริง ไม่รวมค่าธรรมเนียม payment gateway ภายนอกที่ต้องจ่ายเพิ่ม
ต้นทุนรวมจริงของผู้ขายไทยจึงสูงกว่าตัวเลขบนหน้าราคาเล็กน้อยเสมอ เพราะต้องบวกค่าธรรมเนียม gateway ภายนอกและค่าแอปเสริมสำหรับขนส่งเข้าไปด้วย ควรคำนวณต้นทุนรวมทั้งหมดก่อนเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น ไม่ใช่ดูแค่ค่าแพ็คเกจรายเดือน
ข้อดีและข้อเสียของการใช้ Shopify ในประเทศไทย
ข้อดี
- เปิดร้านได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับ WooCommerce โดยไม่ต้องเขียนโค้ด
- ธีมมืออาชีพกว่า 100 แบบ ร้านดูดีตั้งแต่วันแรก
- แอปเสริมมากกว่า 8,000 ตัวใน Shopify App Store รวมถึงแอปเชื่อมต่อ Shopee และ Lazada
- hosting ความปลอดภัย และการอัปเดตระบบทำให้อัตโนมัติทั้งหมด ไม่ต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง
- ขยายขายต่างประเทศได้ง่ายกว่าถ้ามีแผนโตออกนอกไทยในอนาคต
ข้อเสีย
- Shopify Payments ไม่รองรับไทย ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม 0.6-2% จาก gateway ภายนอก
- แดชบอร์ดหลังบ้านเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ไม่มีเวอร์ชันภาษาไทยโดยตรง
- ต้องติดตั้งแอปเสริมเพื่อเชื่อมต่อขนส่งไทย มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ราคาคิดเป็น USD ทำให้ต้นทุนจริงเป็นบาทผันผวนตามอัตราแลกเปลี่ยน
มีทางเลือกอื่นนอกจาก Shopify สำหรับผู้ขายไทยไหม?
ผู้ขายไทยมีอย่างน้อย 3 ทางเลือกหลักนอกจาก Shopify คือ Shopee TH และ Lazada TH สำหรับการเริ่มขายแบบไม่ต้องมีเว็บไซต์ของตัวเอง หรือ LnwShop สำหรับแพลตฟอร์มไทยที่มีระบบภาษาไทยและขนส่งไทยผูกไว้ในตัวตั้งแต่ต้น
Shopee TH และ Lazada TH: เหมาะกับผู้ขายที่เพิ่งเริ่มต้นและยังไม่มั่นใจว่าสินค้าจะขายได้ ไม่ต้องมีเว็บไซต์ ไม่ต้องจัดการ payment gateway เอง ลูกค้าที่ค้นหาสินค้าอยู่แล้วบนแพลตฟอร์มเห็นร้านคุณได้ทันที แต่ต้องแข่งราคากับร้านอื่นในหน้าค้นหาเดียวกัน และเสียค่าคอมมิชชั่นต่อออเดอร์
LnwShop: แพลตฟอร์มสร้างร้านค้าออนไลน์สัญชาติไทย จุดเด่นคือหลังบ้านเป็นภาษาไทยทั้งหมด ราคาถูกกว่า Shopify และซัพพอร์ตพูดไทยโดยตรง เหมาะกับผู้ขายที่ขายเฉพาะในไทยและงบจำกัด อ่านรีวิวเปรียบเทียบเต็มได้ที่ รีวิว LnwShop
WooCommerce: ทางเลือกสำหรับผู้ขายที่อยากควบคุมต้นทุนระยะยาวและมีเวลาตั้งค่าระบบเอง อ่านเปรียบเทียบละเอียดได้ที่ Shopify vs WooCommerce สำหรับผู้ขายไทย

Shopify เหมาะกับผู้ขายไทยแบบไหน?
Shopify เหมาะกับผู้ขายไทยที่อยากมีเว็บไซต์แบรนด์ของตัวเอง วางแผนขยายขายต่างประเทศ และยินดีจ่ายค่าธรรมเนียม payment gateway เพิ่มเล็กน้อยเพื่อแลกกับความสะดวกและธีมมืออาชีพ ไม่เหมาะกับผู้ขายที่ขายเฉพาะในไทยและต้องการหลังบ้านภาษาไทยพร้อมงบจำกัด
เลือก Shopify ถ้าคุณ
- อยากมีเว็บไซต์แบรนด์ตัวเองที่ดูเป็นมืออาชีพตั้งแต่วันแรก
- มีแผนขายให้ลูกค้าต่างประเทศ ไม่ใช่แค่ตลาดไทย
- ไม่กังวลเรื่องแดชบอร์ดภาษาอังกฤษ หรือคุ้นเคยอยู่แล้ว
- ยินดีจ่ายค่าธรรมเนียม gateway เพิ่มอีก 0.6-2% เพื่อความสะดวก
เลือกทางเลือกอื่นถ้าคุณ
- ขายเฉพาะตลาดไทย งบจำกัด และต้องการหลังบ้านภาษาไทยทั้งหมด LnwShop เหมาะกว่า
- ยังไม่แน่ใจว่าสินค้าจะขายได้ อยากทดลองตลาดก่อนลงทุนเว็บไซต์ เริ่มที่ Shopee TH หรือ Lazada TH ก่อน
- ต้องการควบคุมต้นทุนระยะยาวสูงสุดและมีเวลาเรียนรู้ระบบ WooCommerce คุ้มกว่าในระยะยาว
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Shopify ในประเทศไทย
Shopify ใช้ในประเทศไทยได้จริงไหม?
ใช้ได้ Shopify เปิดให้ผู้ขายทั่วโลกรวมถึงไทยสร้างร้านค้าออนไลน์ได้ แต่ประเทศไทยไม่ได้อยู่ใน 39 ประเทศที่ Shopify Payments รองรับ ตามข้อมูลของ Shopify Help Center ผู้ขายไทยจึงต้องต่อ payment gateway ภายนอกอย่าง Omise หรือ 2C2P แทน
Shopify ราคาเท่าไหร่สำหรับผู้ขายไทย?
แพ็คเกจ Basic เริ่มต้นที่ USD 19 ต่อเดือน หรือประมาณ 650-700 บาทต่อเดือน แพ็คเกจ Grow อยู่ที่ USD 49 ต่อเดือน หรือประมาณ 1,700-1,750 บาทต่อเดือน ตามข้อมูลจากหน้าราคาทางการของ Shopify ราคาจริงเป็นบาทผันผวนตามอัตราแลกเปลี่ยน และมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม 0.6-2% จาก payment gateway ภายนอก
ต้องจดทะเบียนบริษัทก่อนขายผ่าน Shopify ในไทยไหม?
ไม่จำเป็นตอนเริ่มต้น เปิดร้านและขายในนามบุคคลธรรมดาได้ทันที แต่เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายไทยกำหนดให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์
Payment gateway ไหนใช้กับ Shopify ได้ในไทย?
ตัวเลือกหลักคือ Omise หรือ Opn Payments และ 2C2P ซึ่งรองรับบัตรเครดิต PromptPay และ internet banking ค่าธรรมเนียมประมาณ 2.7-3.65% ต่อรายการ บวกค่าธรรมเนียมเพิ่มจาก Shopify อีก 0.6-2% เพราะไม่ได้ใช้ Shopify Payments
Shopify กับ LnwShop เลือกอันไหนดีสำหรับผู้ขายไทย?
ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ถ้าต้องการร้านที่ดูเป็นสากล มีแอปเสริมเยอะ และวางแผนขายต่างประเทศ Shopify ดีกว่า ถ้าต้องการหลังบ้านภาษาไทยทั้งหมด ราคาถูกกว่า และซัพพอร์ตพูดไทยโดยตรง LnwShop เหมาะกว่าสำหรับผู้ขายที่ขายเฉพาะในไทย