Beginner Friendly Guide

วิธีเปิดร้านค้าออนไลน์ในไทย: คู่มือสำหรับมือใหม่ 2026

StoreStarter Team | | 5 min read

What You'll Learn

วิธีเปิดร้านค้าออนไลน์ในไทยทีละขั้นตอน — เลือกแพลตฟอร์ม ตั้งค่าร้าน ถ่ายรูปสินค้า ตั้งค่าการชำระเงิน และขายได้ชิ้นแรกภายใน 7 วัน

คุณอยากขายของออนไลน์มาสักพักแล้ว แต่ยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน

คู่มือ วิธีเปิดร้านค้าออนไลน์ในไทย ฉบับสำหรับมือใหม่ปี 2026 นี้จะพาคุณเดินทีละขั้นตอน ตั้งแต่ไม่มีอะไรเลยไปจนถึงร้านค้าที่พร้อมรับออเดอร์ ไม่มีศัพท์เทคนิคซับซ้อน แค่วิธีการที่ใช้ได้จริงสำหรับผู้ขายไทย

ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปัจจุบันเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี ตามรายงานของ e-Conomy SEA จาก Google, Temasek และ Bain การขายของออนไลน์ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว มันคือช่องทางธุรกิจที่มีผู้ซื้อพร้อมรออยู่แล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคือเปิดร้านให้ถูกวิธี

ผู้ขายส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในไทยไม่ได้เริ่มต้นด้วยสินค้าพิเศษหรือทุนหนา พวกเขาเริ่มต้นด้วยสินค้าธรรมดาที่คนต้องการ เปิดร้านอย่างถูกต้อง ถ่ายรูปสวย และตอบแชทลูกค้าเร็ว แค่นั้นเองที่แตกต่างจากร้านที่ไม่ประสบความสำเร็จ คุณทำได้เช่นกัน

ผู้ประกอบการไทยกำลังตั้งค่าร้านค้าออนไลน์บนแล็ปท็อป

โมเดลธุรกิจสำหรับร้านค้าออนไลน์ในไทย

ก่อนเริ่มต้น ควรเข้าใจว่ามีวิธีขายของออนไลน์กี่แบบในไทย แต่ละโมเดลมีข้อดีข้อเสียต่างกัน:

Hold Stock (สต็อกสินค้าเอง): ซื้อสินค้ามาเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยขาย กำไรต่อชิ้นสูงกว่า แต่ต้องมีเงินทุนล่วงหน้าและพื้นที่เก็บสินค้า เหมาะกับสินค้าที่คุณมั่นใจว่าขายได้

Pre-Order: รับออเดอร์จากลูกค้าก่อน แล้วค่อยสั่งสินค้ามา ไม่ต้องใช้เงินทุนล่วงหน้า แต่ลูกค้าต้องรอสินค้านานกว่า เหมาะกับสินค้าสั่งทำพิเศษหรือนำเข้า

Dropshipping: ลูกค้าสั่งและชำระเงินกับคุณ แล้วซัพพลายเออร์ส่งสินค้าตรงถึงลูกค้าโดยไม่ผ่านมือคุณ ไม่ต้องสต็อกสินค้า แต่กำไรต่อชิ้นต่ำกว่า ควบคุมคุณภาพการจัดส่งได้น้อยกว่า และลูกค้ามักได้รับสินค้าช้ากว่าปกติ ในไทยโมเดล Dropshipping ยังไม่แพร่หลายเท่า Shopee และ Lazada เพราะลูกค้าคุ้นเคยกับการได้รับสินค้าเร็วใน 1-3 วัน

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเรียนรู้ตลาดก่อน โมเดล Pre-Order หรือ Hold Stock ขนาดเล็กเหมาะที่สุด เพราะคุณได้จับสินค้าจริง ตรวจสอบคุณภาพเอง และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยตรง คุณสามารถเปลี่ยนโมเดลได้ตลอดเวลาเมื่อธุรกิจโตขึ้นและคุณเข้าใจตลาดดีขึ้น ไม่มีโมเดลไหนถูกหรือผิดสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับสินค้าที่ขายและทุนที่มีในมือ

สิ่งที่คุณต้องเตรียม

ก่อนเริ่ม ตรวจสอบว่าคุณมีสิ่งเหล่านี้พร้อมแล้ว:

  • สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
  • บัตรประชาชนไทย (สำหรับสมัครแพลตฟอร์มและจดทะเบียน DBD)
  • บัญชีธนาคาร (ธนาคารไหนก็ได้ที่มีพร้อมเพย์ เช่น Kasikorn, SCB, Krungthai, Bangkok Bank)
  • เงินทุนเริ่มต้น 2,000-10,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสินค้าที่เลือก)
  • อีเมลและเบอร์โทรศัพท์มือถือ (สำหรับยืนยันบัญชีและรับแจ้งเตือนออเดอร์)
  • ไอเดียสินค้าหรือสินค้าที่พร้อมขาย อย่างน้อย 5-10 รายการสำหรับเริ่มต้น

ไม่ต้องมีครบทุกอย่างตั้งแต่วันแรก แต่ควรมีสินค้า มีบัญชีธนาคาร และมีเวลาว่างสัก 1-2 ชั่วโมงต่อวัน สมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบันเพียงพอสำหรับถ่ายรูปสินค้าและจัดการร้านได้ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ราคาแพง

ในด้านเงินลงทุน คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินมากเพื่อเริ่มต้น ผู้ขายหลายรายในไทยเริ่มต้นด้วยเงินเพียง 2,000-3,000 บาท ซื้อสินค้ามา 20-30 ชิ้นก่อน ทดสอบว่าขายได้หรือไม่ แล้วจึงขยายในเดือนถัดไป วิธีนี้ช่วยให้เสี่ยงน้อยที่สุดในช่วงที่ยังไม่รู้ว่าสินค้าใดขายดีในตลาด ดูรายการต้นทุนทั้งหมดที่ต้องเตรียมได้ที่ เครื่องคำนวณต้นทุนเริ่มต้น

ขั้นตอนการเปิดร้านค้าออนไลน์ในไทย

ขั้นตอนที่ 1: เลือกรูปแบบร้านค้าออนไลน์ที่เหมาะกับคุณ

นี่คือการตัดสินใจแรกที่สำคัญที่สุด มีสองทางเลือกหลัก:

ทางเลือก A: ขายบน Marketplace (Shopee, Lazada, TikTok Shop) มีลูกค้ารออยู่แล้ว ไม่ต้องหาทราฟฟิกเอง เหมาะกับมือใหม่ที่อยากเริ่มเร็ว

ทางเลือก B: เปิดร้านบนเว็บไซต์ตัวเอง (LnwShop, Shopify) สร้างแบรนด์ระยะยาวได้ เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า แต่ต้องทำการตลาดเอง

แพลตฟอร์มค่าใช้จ่ายรายเดือนค่าคอมมิชชั่นเหมาะกับใคร
Shopee THฟรี2-6% ต่อออเดอร์มือใหม่ที่อยากเริ่มเร็ว
Lazada THฟรี2-8% ต่อออเดอร์ต้องการขยายช่องทางเพิ่ม
TikTok Shopฟรี3-5% ต่อออเดอร์ชอบทำคอนเทนต์วิดีโอ
LINE MyShopฟรีไม่มี (ขายผ่าน LINE)มีฐานลูกค้าบน LINE แล้ว
LnwShop0-990 บาท/เดือนไม่มีอยากเว็บไซต์เป็นของตัวเองราคาไม่แพง
Shopify~1,100 บาท/เดือนขึ้นไปไม่มี (แต่มีค่า payment gateway)ต้องการขายสากล สร้างแบรนด์เต็มตัว

ค่าคอมมิชชั่นอ้างอิงตามเอกสาร Seller Center ของแต่ละแพลตฟอร์ม อัตราอาจเปลี่ยนแปลงตามหมวดสินค้าและโปรโมชั่นของแพลตฟอร์ม

คำแนะนำสำหรับมือใหม่ 2026: เริ่มจาก Shopee ก่อน เปิดร้านฟรี ทดสอบสินค้า เมื่อขายได้แล้วค่อยพิจารณาเปิดเว็บไซต์เป็นของตัวเองควบคู่กัน

หลายคนถามว่า “ต้องเลือกแพลตฟอร์มเดียวไหม?” คำตอบคือไม่จำเป็น แต่สำหรับมือใหม่การโฟกัสที่แพลตฟอร์มเดียวก่อนดีกว่า เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีวิธีการตั้งค่า โปรโมชั่น และกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกัน การพยายามจัดการหลายแพลตฟอร์มพร้อมกันตั้งแต่แรกทำให้งานกระจาย และมักไม่มีแพลตฟอร์มไหนที่ทำได้ดีจริงๆ เมื่อร้าน Shopee เริ่มมียอดขายสม่ำเสมอแล้ว ค่อยเพิ่มช่องทางถัดไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความเปรียบเทียบแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่ดีที่สุดในไทย

เปรียบเทียบแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ในไทย — Shopee, Lazada, TikTok Shop, LnwShop

ขั้นตอนที่ 2: เลือกสินค้าและหาซัพพลายเออร์

สินค้าที่ดีสำหรับมือใหม่มีลักษณะเหล่านี้:

  • น้ำหนักไม่เกิน 2 กก. — ค่าจัดส่งถูก ปัญหาน้อย
  • ไม่แตกหักง่าย — ลดความเสี่ยงสินค้าเสียหายระหว่างส่ง
  • ไม่เน่าเสีย — หลีกเลี่ยงอาหารสดในช่วงเริ่มต้น
  • มีความต้องการสม่ำเสมอตลอดปี — ไม่ขึ้นกับฤดูกาลหรือเทรนด์ชั่วคราว
  • มาร์จิ้นหลังหักทุกค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 25-30%

หมวดสินค้าที่ขายดีออนไลน์ในไทยตลอดปีได้แก่: เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับแฟชั่น สินค้าสุขภาพและความงาม อุปกรณ์มือถือและอิเล็กทรอนิกส์ ของใช้ในบ้านและของตกแต่ง รวมถึงอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หมวดสินค้าเหล่านี้มีผู้ซื้อในทุกช่วงเวลาและสามารถหาซัพพลายเออร์ได้ง่ายทั้งในไทยและจากต่างประเทศ

แหล่งสินค้ายอดนิยมในไทย:

  • ตลาดส่งกรุงเทพฯ: สำเพ็ง, โบ๊เบ๊, ประตูน้ำ, ตลาดมีนบุรี — เหมาะสำหรับซื้อสินค้าแบบ hold stock เห็นของจริงก่อนตัดสินใจ
  • Alibaba / 1688.com — สั่งตรงจากโรงงานจีน ราคาต้นทุนต่ำกว่าตลาดส่งในไทย แต่ต้องรอสินค้า 2-4 สัปดาห์ และต้องสั่งขั้นต่ำ (MOQ) มากกว่า
  • Shopee Wholesale / Lazada Wholesale — ซื้อส่งบนแพลตฟอร์มเดียวกัน สะดวก ไม่ต้องออกไปข้างนอก มีบริการจัดส่ง
  • ผู้ผลิตในประเทศ: ค้นหาใน Facebook กลุ่ม “สินค้าส่ง” หรือ “โรงงานส่งตรง” หรือ Pantip ห้องแผงลอยออนไลน์

คำแนะนำ: เริ่มต้นด้วยการซื้อสินค้าจากตลาดในไทยก่อน 20-50 ชิ้น ทดสอบว่าขายได้จริงไหมก่อนลงทุนเพิ่ม แล้วค่อยหาแหล่งนำเข้าที่ราคาดีกว่าเมื่อออเดอร์เริ่มสม่ำเสมอและรู้แน่ว่าสินค้าตัวไหนตลาดต้องการ

อ่านรายละเอียดการหาซัพพลายเออร์ได้ที่ แหล่งสินค้าขายออนไลน์สำหรับมือใหม่

ขั้นตอนที่ 3: จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับ DBD

ถ้าคุณขายออนไลน์เป็นประจำ การจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เป็นสิ่งที่ควรทำตั้งแต่เนิ่น ๆ

ทำไมต้องจดทะเบียน:

  • ได้รับตราสัญลักษณ์ DBD Registered — ลูกค้าเห็นแล้วเชื่อมั่นมากขึ้น
  • ถูกกฎหมาย สร้างภาพลักษณ์ร้านค้าที่น่าเชื่อถือ
  • Shopee, Lazada, และ TikTok Shop อาจขอเอกสารนี้เมื่อร้านโตขึ้น
  • ช่วยในการเปิดบัญชีธนาคารธุรกิจหรือสมัคร Payment Gateway บางเจ้า

วิธีจดทะเบียน:

  1. เข้าเว็บไซต์ DBD e-Registration ที่ ecommerce.dbd.go.th
  2. กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลร้านค้า พร้อมระบุ URL ร้านค้า เพจ หรือโซเชียลมีเดีย
  3. แนบสำเนาบัตรประชาชนและรูปถ่ายหน้าร้าน/เพจ/เว็บไซต์
  4. ยืนยันทางอีเมลและรอการอนุมัติ 1-3 วันทำการ
  5. เมื่อได้รับอนุมัติ ดาวน์โหลดตราสัญลักษณ์ DBD Registered ไปติดหน้าร้าน

ค่าใช้จ่าย: ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม ตามระเบียบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

หมายเหตุ VAT: เมื่อรายได้จากการขายสะสมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) กับกรมสรรพากร ตามพระราชบัญญัติภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นยังไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ แต่ควรรู้ไว้ล่วงหน้าเพื่อวางแผนได้ถูกต้อง

สินค้าบางหมวดต้องขออนุญาตเพิ่มเติม เช่น อาหารและเครื่องสำอางต้องจดแจ้งกับ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) คำแนะนำสำหรับมือใหม่คือเริ่มจากสินค้าทั่วไปก่อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของใช้บ้าน ซึ่งไม่ต้องขออนุญาตพิเศษ

ขั้นตอนที่ 4: สร้างร้านค้าและตั้งค่าโปรไฟล์

ขั้นตอนนี้แตกต่างกันตามแพลตฟอร์มที่เลือก

ถ้าเลือก Shopee TH:

  1. ดาวน์โหลดแอป Shopee และกด “สมัครเป็นผู้ขาย”
  2. กรอกข้อมูลส่วนตัวและยืนยันเบอร์โทรศัพท์
  3. ตั้งชื่อร้านค้า — ใช้ชื่อที่จำง่ายและสื่อถึงสินค้าที่ขาย (เปลี่ยนได้ครั้งเดียวภายหลัง)
  4. อัปโหลดโลโก้ร้าน (ถ้ายังไม่มีโลโก้ ใช้รูปสินค้าหลักก็ได้ก่อน)
  5. กรอกคำอธิบายร้านค้าให้ชัดเจนว่าขายอะไร จัดส่งจังหวัดไหน ตอบแชทได้กี่โมง
  6. ผูกบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินค่าสินค้า

ถ้าเลือก LnwShop:

  1. ไปที่ lnwshop.com และกด “เปิดร้านฟรี”
  2. เลือกชื่อร้านและ URL ของร้าน — คิดให้ดีก่อนเพราะ URL เปลี่ยนได้ยาก
  3. เลือกธีมร้านค้าที่เหมาะกับประเภทสินค้า
  4. ตั้งค่าข้อมูลพื้นฐาน: ที่อยู่ร้าน นโยบายคืนสินค้า วิธีชำระเงิน เวลาทำการ
  5. เชื่อมต่อกับ Shopee หรือ Lazada เพิ่มเติมได้ถ้าต้องการขายหลายช่องทาง

สิ่งสำคัญในการตั้งค่าโปรไฟล์ร้าน:

  • ชื่อร้านค้าที่จำง่ายและสื่อถึงสินค้า ไม่ยาวเกิน 15-20 ตัวอักษร
  • รูปโปรไฟล์ที่ชัดเจน (ขนาดแนะนำ: อย่างน้อย 500x500 พิกเซล) พื้นหลังสีขาวหรือสีพื้น
  • คำอธิบายร้านที่บอกว่าขายอะไร มีบริการส่งสินค้าไปไหน และนโยบายคืนสินค้า
  • เวลาทำการและเวลาที่ตอบแชทได้ — ลูกค้าต้องรู้ว่าจะได้รับการตอบกลับเมื่อไร

การตั้งค่าร้านค้าที่ดีตั้งแต่ต้นช่วยให้ลูกค้าเชื่อมั่นมากขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ อย่าปล่อยให้ข้อมูลว่างหรือใช้รูปโปรไฟล์ที่ไม่เกี่ยวกับสินค้า

ขั้นตอนที่ 5: ถ่ายรูปสินค้าและเขียนรายละเอียด

รูปสินค้าคือสิ่งที่ขายของให้คุณก่อนที่ลูกค้าจะอ่านอะไรเลย รูปที่ดีเพิ่มโอกาสขาย รูปที่แย่ทำให้สินค้าดูถูกและไม่น่าไว้ใจ

การถ่ายรูปสินค้าขายออนไลน์ด้วยสมาร์ทโฟนและกล่องไฟ

วิธีถ่ายรูปสินค้าให้ขายได้โดยไม่ต้องมีกล้องราคาแพง:

  1. แสง คือสิ่งสำคัญที่สุด — ถ่ายใกล้หน้าต่างช่วงกลางวัน หรือลงทุนกล่องไฟราคาประมาณ 300-600 บาท
  2. พื้นหลัง — ใช้กระดาษขาว แผ่นโฟม หรือผ้าสีพื้น หลีกเลี่ยงพื้นหลังที่รกและดึงความสนใจ
  3. ถ่ายอย่างน้อย 5 มุม: ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง ภาพในการใช้งานจริง และภาพแสดงขนาดเทียบกับวัตถุที่คุ้นเคย
  4. ถ่ายตั้งฉาก ไม่เอียง และไม่ใช้ฟิลเตอร์ ที่ทำให้สีสินค้าเพี้ยนจากของจริง
  5. แก้ไขรูป ด้วยแอปฟรีอย่าง Snapseed หรือ Lightroom Mobile — ปรับความสว่างและความคมชัดเท่านั้น

เขียนชื่อสินค้าและรายละเอียดอย่างไรให้ขายได้:

  • ชื่อสินค้า: ใส่คำค้นหาที่ลูกค้าจะพิมพ์จริงๆ เช่น “เคสโทรศัพท์ iPhone 16 กันกระแทก สีดำ” ไม่ใช่แค่ “เคสสวย” บน Shopee ลองค้นหาสินค้าคล้ายกันเพื่อดูว่าร้านที่ขายดีใช้คำค้นหาอะไร
  • คำอธิบาย: ตอบคำถามที่ลูกค้าจะถามก่อนซื้อ ขนาด น้ำหนัก วัสดุ วิธีใช้ การดูแลรักษา สีที่มี และนโยบายคืนสินค้า
  • ขนาดและน้ำหนัก: ใส่ให้ตรงกับของจริง — ผิดพลาดตรงนี้นำไปสู่รีวิวไม่ดีและการคืนสินค้า ซึ่งส่งผลเสียต่ออันดับร้านในระยะยาว
  • หมวดหมู่สินค้า: เลือกหมวดที่ถูกต้องบนแพลตฟอร์ม สินค้าที่อยู่ผิดหมวดจะไม่ปรากฏในการค้นหาของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง
  • ราคา: ตั้งให้แข่งขันได้แต่ยังมีกำไร ใช้เครื่องคำนวณกำไรเพื่อคิดต้นทุนอย่างละเอียด รวมถึงค่าแพ็คกิ้งและค่าคอมมิชชั่นด้วย

ขั้นตอนที่ 6: ตั้งค่าการชำระเงินและการจัดส่ง

การชำระเงิน:

ถ้าขายบน Shopee หรือ Lazada ระบบจัดการให้ทั้งหมด คุณแค่ผูกบัญชีธนาคารเพื่อรับเงิน

ถ้าเปิดร้านบนเว็บไซต์ตัวเอง ช่องทางชำระเงินที่ควรมี:

  • พร้อมเพย์ (PromptPay) — คนไทยใช้มากที่สุด ค่าธรรมเนียมต่ำ ผูกกับเลขบัตรประชาชนหรือเบอร์โทรได้เลย
  • โอนเงินผ่านแอปธนาคาร (K PLUS, SCB EASY, Krungthai NEXT) — ช่องทางหลักของคนไทย
  • บัตรเครดิต/เดบิต ผ่าน Payment Gateway เช่น 2C2P หรือ Omise — ค่าธรรมเนียมประมาณ 2.7-3.65% ต่อรายการ ตามเอกสาร pricing ของผู้ให้บริการ

การจัดส่ง:

คนไทยคุ้นเคยกับการรับสินค้าภายใน 1-3 วันทำการ ขนส่งยอดนิยมในอีคอมเมิร์ซไทย:

  • Flash Express — ราคาแข่งขัน ครอบคลุมทั่วประเทศ เหมาะกับของที่ต้องส่งเยอะ มีระบบจัดส่งถึงบ้านและจุด drop-off
  • Kerry Express — เชื่อถือได้ ติดตามพัสดุง่าย มีจุดรับพัสดุทั่วกรุงเทพและต่างจังหวัด เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความแม่นยำด้านเวลา
  • J&T Express — ราคาต่ำ เหมาะกับของน้ำหนักเบา ครอบคลุมทุกจังหวัดในไทย
  • Thailand Post (EMS) — เหมาะกับพัสดุที่ไม่เร่งด่วนและต้องการราคาประหยัด โดยเฉพาะพัสดุไปยังพื้นที่ห่างไกล

สิ่งสำคัญที่ต้องคิดคือ: ค่าบรรจุภัณฑ์ — กล่อง เทปกาว และฟองน้ำกันกระแทกเป็นต้นทุนที่มือใหม่มักลืมคิดรวม ค่าแพ็คกิ้งโดยทั่วไปอยู่ที่ 5-25 บาทต่อออเดอร์ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทสินค้า ให้รวมต้นทุนนี้ในการคิดราคาขายตั้งแต่แรก

เคล็ดลับ: เมื่อออเดอร์เริ่มเยอะ (ตั้งแต่ 30-50 ออเดอร์/เดือนขึ้นไป) ติดต่อขอราคาพิเศษจากขนส่งได้โดยตรง อัตราโดยทั่วไปจะลดลงได้มากเมื่อมีปริมาณส่งสม่ำเสมอ

เรื่องเก็บเงินปลายทาง (COD): ลูกค้าบางกลุ่มในไทย โดยเฉพาะต่างจังหวัด ยังนิยมจ่ายเงินปลายทาง แต่ COD มาพร้อมความเสี่ยงที่ลูกค้าปฏิเสธรับสินค้า ซึ่งทำให้คุณเสียค่าจัดส่งไปเปล่าๆ ทั้งขาไปและขากลับ สำหรับมือใหม่ แนะนำให้รับเฉพาะโอนเงินและ PromptPay ก่อน แล้วค่อยเปิด COD เมื่อเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าของตัวเองดีขึ้น

กล่องพัสดุสำหรับส่งสินค้าออนไลน์ในไทย


ถึงจุดนี้แล้ว ร้านค้าของคุณเกือบพร้อมแล้ว

ใช้เครื่องคำนวณต้นทุนเริ่มต้นเพื่อตรวจสอบว่าคุณลืมค่าใช้จ่ายรายการไหนไหม ก่อนเปิดตัวจริง


ขั้นตอนที่ 7: เปิดตัวร้านและทำการตลาดครั้งแรก

ร้านพร้อมแล้ว แต่ยังไม่มีลูกค้า นี่คือสิ่งที่ต้องทำในสัปดาห์แรก:

ถ้าขายบน Shopee:

  • เปิดใช้งาน Shopee New Seller Boost — โปรแกรมช่วยผู้ขายใหม่ได้รับการมองเห็นมากขึ้นในช่วง 30 วันแรก
  • ตั้งโปรโมชั่น ส่วนลดร้านใหม่ 10-20% เพื่อดึงออเดอร์แรก
  • เข้าร่วม Flash Sale ของ Shopee — ช่วงเวลาที่คนซื้อของเยอะที่สุด
  • ตอบแชทลูกค้าภายใน 5 นาที — ระบบให้คะแนน Response Rate ซึ่งส่งผลต่ออันดับร้านในการค้นหา

ถ้าขายบนเว็บไซต์ตัวเอง:

  • บอกคนรอบตัว — เพื่อน ครอบครัว คนรู้จัก ออเดอร์แรกมักมาจากคนใกล้ชิด
  • โพสต์บน Facebook, Instagram, TikTok พร้อมรูปสินค้าที่ดึงดูด
  • สร้าง LINE Official Account ฟรี — คนไทยชอบสั่งซื้อผ่าน LINE
  • ลองยิงโฆษณา Facebook หรือ TikTok เริ่มจากวันละ 100-200 บาทเพื่อทดสอบสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย

สิ่งที่ต้องติดตามในสัปดาห์แรก:

  • จำนวนคนเข้าชมร้าน (Traffic / Views)
  • อัตราคนที่คลิกดูสินค้าเทียบกับคนที่เข้าร้าน
  • จำนวนคนที่ถามในแชทแต่ยังไม่ซื้อ — นั่นคือสัญญาณว่าราคาหรือรายละเอียดมีปัญหา
  • ออเดอร์แรกมาจากไหน: Shopee Search, Facebook, เพื่อนบอกต่อ หรือจากโฆษณา

ถ้าหลัง 2 สัปดาห์มีคนเข้าชมร้านแต่ไม่มีออเดอร์ ให้ตรวจสอบ 3 อย่างนี้: (1) ราคาแข่งขันได้หรือเปล่าเทียบกับร้านคู่แข่ง (2) รูปสินค้าดึงดูดพอไหม (3) ชื่อสินค้าใช้คำค้นหาที่ลูกค้าใช้จริงไหม ปัญหามักอยู่ที่หนึ่งในสามอย่างนี้

การทำการตลาดออนไลน์ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน มันคือการทดสอบและเรียนรู้ ทดลองเปลี่ยนรูปหน้าปก ลองเขียนชื่อสินค้าใหม่ หรือปรับราคาดูว่าผลเป็นอย่างไร ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จในไทยมักเป็นคนที่ยอมทดลองและปรับเปลี่ยนบ่อยครั้ง ไม่ใช่คนที่ตั้งร้านแล้วรอ

ความจริงที่ต้องรู้: ร้านใหม่ส่วนใหญ่ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์กว่าจะได้ออเดอร์แรก บางร้านนานกว่านั้น อย่าตัดสินความสำเร็จจากสัปดาห์แรก ให้โฟกัสที่การปรับรูปสินค้า คำอธิบาย และราคาไปเรื่อยๆ

ผู้ขายไทยกำลังติดตามยอดขายออนไลน์บนสมาร์ทโฟน

สิ่งที่ต้องทำหลังได้ออเดอร์แรก

ออเดอร์แรกมาถึงแล้ว ทำสิ่งเหล่านี้ทันที:

1. แพ็คสินค้าให้ดี ใช้กล่องหรือซองที่แข็งแรงพอ ห่อด้วยฟองน้ำหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ถ้าสินค้าแตกหักได้ ใส่การ์ดขอบคุณเล็กๆ ถ้าทำได้

2. จัดส่งภายใน 1-2 วันทำการ ลูกค้าที่รอสินค้านานมักรีวิวแย่กว่าลูกค้าที่ได้ของเร็ว แม้สินค้าจะดี ความเร็วในการส่งสำคัญมากในอีคอมเมิร์ซไทย

3. ส่งข้อความแจ้งลูกค้าเมื่อจัดส่ง แจ้งเลขพัสดุและบอกว่าสินค้าน่าจะถึงวันไหน ลูกค้าที่ได้รับการแจ้งเตือนรู้สึกมั่นใจมากขึ้นและร้องเรียนน้อยกว่า

4. ติดตามว่าสินค้าถึงมือลูกค้าแล้วหรือยัง หลังจากระบบแสดงว่าจัดส่งสำเร็จ รอ 1-2 วันแล้วส่งข้อความถามความพึงพอใจ และขอรีวิวอย่างสุภาพ รีวิวดีจากออเดอร์แรกๆ มีค่ามากสำหรับร้านใหม่

5. บันทึกข้อมูลออเดอร์แรก จดว่าลูกค้ามาจากไหน ซื้อสินค้าอะไร และรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างเป็นเท่าไร ข้อมูลนี้จะช่วยตัดสินใจว่าควรโฟกัสสินค้าตัวไหนและช่องทางการตลาดแบบไหนต่อไป ผู้ขายที่จดบันทึกข้อมูลตั้งแต่ต้นจะตัดสินใจได้ดีกว่าคนที่อาศัยความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

แผน 30 วันแรก: ทำอะไรบ้าง

ใช้แผนนี้เพื่อก้าวไปจากศูนย์สู่ออเดอร์แรกภายใน 30 วัน

สัปดาห์สิ่งที่ต้องทำเป้าหมาย
สัปดาห์ 1เลือกแพลตฟอร์ม + จดทะเบียน DBD + หาสินค้ารู้แน่ว่าจะขายอะไรและที่ไหน
สัปดาห์ 2สั่งสินค้า 20-50 ชิ้น + ถ่ายรูป + ตั้งค่าร้านร้านค้าพร้อม สินค้าอยู่ในมือ
สัปดาห์ 3อัปโหลดสินค้า + ตั้งค่าชำระเงิน + เปิดโปรโมชั่นร้านใหม่ร้านเปิดให้ลูกค้าเข้าชมได้
สัปดาห์ 4ทำการตลาด + ตอบแชทลูกค้า + ปรับราคาและรูปที่ไม่ได้ผลขายได้ 3-10 ออเดอร์แรก

ไม่ต้องรอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบก่อนเปิดร้าน ร้านค้าออนไลน์ที่เปิดแล้วและไม่สมบูรณ์ 100% ดีกว่าร้านที่ยังไม่ได้เปิดเลยเสมอ ลูกค้าจะบอกให้คุณรู้เองว่าต้องปรับอะไร

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำ

1. ตั้งราคาต่ำเกินไปจนขาดทุน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือลืมนับค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ก่อนตั้งราคา ให้บวก: ต้นทุนสินค้า + ค่าแพ็คกิ้ง + ค่าจัดส่ง + ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม + ค่าโฆษณา (ถ้ามี) แล้วจึงบวกกำไรที่ต้องการ ถ้าตัวเลขไม่พอ ต้องหาสินค้าอื่น ไม่ใช่ลดราคาลงอีก

2. สั่งสินค้าล็อตใหญ่ก่อนทดสอบตลาด

เริ่มจาก 20-50 ชิ้นก่อน ทดสอบว่าสินค้านี้ขายได้จริงในกลุ่มเป้าหมายที่คิดไว้ไหม ถ้าขายได้ดีค่อยสั่งเพิ่ม การสั่งสินค้า 500 ชิ้นตั้งแต่ต้นโดยยังไม่รู้ว่าขายได้ไหม คือความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น

3. รูปสินค้าไม่ชัดหรือมีพื้นหลังรกมาก

ลูกค้าตัดสินใจว่าจะคลิกเข้าดูสินค้าหรือเปล่าภายในเสี้ยววินาที รูปที่มืด เบลอ หรือพื้นหลังรกทำให้สินค้าดูถูกและไม่น่าไว้ใจ ลงทุนเวลา 2-3 ชั่วโมงถ่ายรูปให้ดีตั้งแต่แรก ดีกว่าสงสัยทีหลังว่าทำไมไม่มีคนคลิก

4. ไม่ตอบแชทลูกค้าหรือตอบช้าเกินไป

บน Shopee อัตราการตอบแชท (Response Rate) ส่งผลโดยตรงต่ออันดับร้านในการค้นหา ลูกค้าไทยที่ไม่ได้รับการตอบภายใน 15-30 นาทีมักไปซื้อร้านอื่นแทน ตั้งการแจ้งเตือนให้ชัดเจน หรือใช้ข้อความตอบอัตโนมัติในช่วงที่ไม่ว่าง

5. ละเลยการติดตามรายรับรายจ่ายตั้งแต่ต้น

แม้จะขายแค่ไม่กี่ออเดอร์ต่อเดือน ให้จดบันทึกรายรับ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายทุกรายการตั้งแต่วันแรก ใช้ Google Sheets ก็เพียงพอในช่วงเริ่มต้น ผู้ขายหลายรายที่ดูเหมือนขายดีแต่ไม่เคยทำบัญชี มักพบว่าตัวเองขาดทุนอยู่หลายเดือนโดยไม่รู้ตัว ใช้เครื่องคำนวณกำไรเพื่อเช็คมาร์จิ้นของสินค้าแต่ละรายการ

Frequently Asked Questions

วิธีเปิดร้านค้าออนไลน์ในไทยสำหรับมือใหม่ต้องทำอย่างไร?

เริ่มจากเลือกแพลตฟอร์มที่ตรงกับสินค้าและกลุ่มลูกค้า เปิดร้านบน Shopee ฟรีไม่มีค่าแพลตฟอร์ม จดทะเบียน DBD ฟรีทางออนไลน์ ถ่ายรูปสินค้าด้วยสมาร์ทโฟน และเปิดรับชำระเงินผ่าน PromptPay หรือโอนแอปธนาคาร ทำตาม 7 ขั้นตอนในบทความนี้ มือใหม่ส่วนใหญ่เปิดร้านได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

เปิดร้านค้าออนไลน์ในไทยใช้เงินเริ่มต้นเท่าไร?

เริ่มขายบน Shopee หรือ Lazada ใช้เงินเพียง 2,000-5,000 บาทสำหรับสินค้าล็อตแรก ไม่มีค่าแพลตฟอร์ม จ่ายเฉพาะค่าคอมมิชชั่น 2-6% เมื่อขายได้ หากต้องการเปิดเว็บไซต์ร้านค้าเอง เพิ่มค่า LnwShop (0-990 บาท/เดือน) หรือ Shopify (ประมาณ 1,100 บาท/เดือนขึ้นไป ตามอัตราแลกเปลี่ยน)

ต้องจดทะเบียนธุรกิจก่อนเปิดร้านค้าออนไลน์ไหม?

ไม่บังคับสำหรับการลองขายครั้งแรก แต่ถ้าขายเป็นประจำและมีรายได้ต่อเนื่องควรจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับ DBD ซึ่งทำได้ฟรีทางออนไลน์ การจดทะเบียนช่วยให้ได้รับตราสัญลักษณ์ DBD Registered ที่เพิ่มความน่าเชื่อถือกับลูกค้าได้อย่างเห็นได้ชัด

Shopee กับ Lazada อันไหนดีกว่าสำหรับมือใหม่ไทย?

Shopee เหมาะกว่าสำหรับมือใหม่ในไทย เพราะมีผู้ใช้งานสูงกว่า ระบบใช้งานง่ายกว่า และมีโปรแกรมพิเศษสำหรับร้านใหม่ (Shopee New Seller Boost) มากกว่า อ้างอิงตามข้อมูล Seller Center ของทั้งสองแพลตฟอร์ม Lazada เหมาะสำหรับขั้นถัดไปเมื่อต้องการขยายช่องทางการขาย

ถ่ายรูปสินค้าขายออนไลน์ยังไงให้ขายดี?

ใช้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างหรือกล่องไฟราคาประมาณ 300-600 บาท พื้นหลังขาวหรือสีพาสเทล ถ่ายอย่างน้อย 5 มุม: ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง สินค้าในการใช้งานจริง และรูปแสดงขนาด รูปที่คมชัดและสว่างมีผลโดยตรงต่ออัตราการคลิกและยอดขาย ตามแนวทางของ Shopee Seller Education

ยินดีด้วย — คุณพร้อมเปิดร้านแล้ว

คุณมีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว: สินค้า แพลตฟอร์ม การชำระเงิน และการจัดส่ง ขั้นตอนต่อไปคือลงมือทำจริง ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์แบบก่อน ร้านค้าออนไลน์ที่เปิดแล้วดีกว่าร้านที่ยังวางแผนอยู่เสมอ

เมื่อออเดอร์แรกมาถึง จัดส่งให้เร็วที่สุดและแพ็คกิ้งให้ดี ลูกค้าที่ได้รับสินค้าดีและเร็วมักทิ้งรีวิวดีให้ และรีวิวดีคือสิ่งที่จะช่วยดึงออเดอร์ถัดๆ ไป อย่าลืมขอบคุณลูกค้าทุกคนด้วยข้อความสั้นๆ ซองใส่การ์ดขอบคุณเล็กๆ ในกล่องสินค้าก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกดีและอยากกลับมาซื้ออีก

ออเดอร์แรกจะรู้สึกพิเศษกว่าที่คิด ขอให้สนุกกับเส้นทางนี้

เส้นทางจากร้านที่เพิ่งเปิดไปสู่ร้านที่มียอดขายสม่ำเสมออาจใช้เวลา 2-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสินค้า ตลาด และความพยายามของคุณ สิ่งสำคัญไม่ใช่ความเร็ว แต่คือการเรียนรู้จากแต่ละออเดอร์และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ผู้ขายที่อยู่รอดในระยะยาวคือคนที่ไม่หยุดเรียนรู้ ไม่ใช่คนที่โชคดีตั้งแต่แรก


พร้อมเปิดร้านแล้วหรือยัง?

ตรวจสอบต้นทุนเริ่มต้นของคุณก่อนลงมือจริงด้วยเครื่องคำนวณต้นทุนเริ่มต้น ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก


Keep Reading

คำถามที่พบบ่อย

เปิดร้านค้าออนไลน์ในไทยใช้เงินเท่าไร?
เริ่มขายบน Shopee หรือ Lazada ใช้เงินเพียง 2,000-5,000 บาทสำหรับสินค้าล็อตแรก ไม่มีค่าแพลตฟอร์ม จ่ายเฉพาะค่าคอมมิชชั่น 2-6% เมื่อขายได้ หากต้องการเปิดเว็บไซต์ร้านค้าเอง เพิ่มค่า LnwShop (0-990 บาท/เดือน) หรือ Shopify (ประมาณ 1,100 บาท/เดือน)
ต้องจดทะเบียนก่อนเปิดร้านค้าออนไลน์ไหม?
ไม่บังคับสำหรับการลองขายครั้งแรก แต่ถ้าขายเป็นประจำควรจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ซึ่งทำได้ฟรีทางออนไลน์ การจดทะเบียนช่วยให้ได้ตราสัญลักษณ์ DBD Registered ซึ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือกับลูกค้าได้มาก
Shopee กับ Lazada อันไหนดีกว่าสำหรับมือใหม่?
Shopee เหมาะกว่าสำหรับมือใหม่ในไทย เพราะมีผู้ใช้งานมากกว่า ระบบใช้งานง่ายกว่า และมีเครื่องมือช่วยร้านใหม่มากกว่า Lazada ทั้งโปรโมชั่น Shopee New Seller Boost และระบบจัดส่งในตัว Lazada เหมาะสำหรับขั้นถัดไปเมื่อต้องการขยายช่องทาง
ถ่ายรูปสินค้าขายออนไลน์ยังไงให้ขายได้?
ใช้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างหรือกล่องไฟราคาถูก พื้นหลังขาวหรือสีพาสเทล ถ่ายอย่างน้อย 5 มุม: ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง สินค้าในการใช้งานจริง และรูปแสดงขนาด ภาพที่คมชัดและสว่างช่วยเพิ่มโอกาสขายได้อย่างมาก ตามข้อมูลจาก Shopee สำหรับผู้ขาย รูปที่ดีมีผลโดยตรงต่ออัตราการคลิกและยอดขาย

Before you go, take the 30-day plan

Day-by-day path to your first online sale. Pick your track and start tomorrow. Free PDF.

You're in! Check your inbox for a welcome email.

No spam. Unsubscribe anytime.