Beginner Friendly Platform Review

แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่ดีที่สุดในไทย (2026)

StoreStarter Team | | 3 min read

What You'll Learn

เปรียบเทียบแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่ดีที่สุดในไทย — Shopee, Lazada, TikTok Shop, LnwShop, Shopify ค่าใช้จ่าย ฟีเจอร์ ข้อดีข้อเสีย

ห้าแพลตฟอร์ม สามตลาด หนึ่งตัวเลือกที่จะเปลี่ยนทิศทางธุรกิจของคุณ

การเลือกแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย Shopee ดึงดูดลูกค้าเป็นล้าน Lazada มีระบบ LazMall ที่น่าเชื่อถือ TikTok Shop กำลังเติบโตจากกระแสวิดีโอสั้น LnwShop เป็นแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่ใช้ง่าย Shopify มีธีมสวยและแอปเสริมนับพัน

แต่ละแพลตฟอร์มเหมาะกับผู้ขายคนละแบบ คู่มือนี้จะเปรียบเทียบทั้ง 5 อย่างตรงไปตรงมา — ค่าใช้จ่ายจริงเป็นบาท ข้อดีข้อเสียที่ไม่ซ่อน และคำแนะนำที่ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มไหนเหมาะกับสถานการณ์ของคุณ

เกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบ

เราเปรียบเทียบแต่ละแพลตฟอร์มจาก 6 มิติที่สำคัญสำหรับผู้ขายไทย:

  1. ค่าใช้จ่าย — ค่าสมัคร ค่ารายเดือน ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมทั้งหมด
  2. ลูกค้าในตัว — มีลูกค้าพร้อมให้ทันทีหรือต้องหาเอง
  3. ความง่ายในการใช้งาน — มือใหม่เปิดร้านได้เร็วแค่ไหน
  4. ระบบจัดส่ง — เชื่อมต่อขนส่งไทยหรือไม่ Flash Express, Kerry, J&T
  5. การสร้างแบรนด์ — ควบคุมภาพลักษณ์ร้านได้มากแค่ไหน
  6. ความยืดหยุ่น — ขยายได้เมื่อธุรกิจโต

ตารางเปรียบเทียบสรุป

แพลตฟอร์มเหมาะกับค่าใช้จ่ายเริ่มต้นลูกค้าในตัวระบบจัดส่งความง่าย
Shopeeมือใหม่ที่ต้องการขายเร็วฟรี (จ่ายคอมมิชชั่น)มากในตัวง่ายมาก
Lazadaผู้ขายที่ต้องการภาพลักษณ์ดีฟรี (จ่ายคอมมิชชั่น)มากในตัวง่าย
TikTok Shopผู้ขายที่ชอบทำคอนเทนต์ฟรี (จ่ายคอมมิชชั่น)มาก (ผ่านวิดีโอ)ในตัวปานกลาง
LnwShopคนไทยที่อยากมีเว็บไซต์เองฟรี — 990 บาท/เดือนไม่มีเชื่อมต่อได้ง่าย
Shopifyผู้สร้างแบรนด์ระดับสากล1,400 บาท/เดือนไม่มีเชื่อมต่อได้ง่าย

Shopee: ทางเลือกอันดับ 1 สำหรับมือใหม่

Shopee Thailand เป็น marketplace ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในไทย ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นและต้องการขายให้เร็วที่สุด Shopee คือจุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผลที่สุด

จุดแข็ง:

  • ผู้ใช้งานหลายสิบล้านคนต่อเดือน — ลูกค้าพร้อมรอซื้อ
  • สมัครฟรี ไม่มีค่ารายเดือน
  • ระบบจัดส่ง Shopee Supported Logistics เชื่อมต่อ Flash Express, Kerry, J&T อัตโนมัติ
  • เครื่องมือโปรโมชั่นมากมาย — Flash Sale, Shopee Live, โค้ดส่วนลด, Shopee Ads
  • แอปผู้ขายใช้งานง่าย จัดการได้จากมือถือ

จุดอ่อน:

  • ค่าคอมมิชชั่น 2-6% + ค่าธรรมเนียมชำระเงิน 2% ต่อออเดอร์
  • แข่งขันราคาสูงมาก ร้านเหมือนกันเยอะ
  • ไม่สามารถสร้างแบรนด์ที่แตกต่างได้ — ร้านทุกร้านหน้าตาเดียวกัน
  • ลูกค้าเป็นของ Shopee ไม่ใช่ของคุณ ไม่ได้ข้อมูล email ลูกค้า

ค่าใช้จ่าย:

รายการค่าใช้จ่าย
ค่าสมัครฟรี
ค่ารายเดือนฟรี
ค่าคอมมิชชั่น2-6% ต่อออเดอร์
ค่าธรรมเนียมชำระเงิน~2%
Shopee Ads (เลือกได้)เริ่มต้น 50 บาท/วัน

เหมาะกับ: มือใหม่ที่ต้องการเริ่มขายเร็ว มีงบจำกัด ไม่อยากยุ่งกับการสร้างเว็บไซต์

Lazada: สำหรับผู้ขายที่ต้องการภาพลักษณ์ที่ดี

Lazada Thailand เป็น marketplace อันดับ 2 ในเครือ Alibaba Group มีระบบ LazMall ที่ช่วยให้ร้านค้าดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

จุดแข็ง:

  • LazMall สำหรับแบรนด์อย่างเป็นทางการ — สร้างความน่าเชื่อถือ
  • ระบบ Lazada Logistics ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • Sponsored Products และเครื่องมือโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ
  • ลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงกว่า Shopee เล็กน้อย

จุดอ่อน:

  • ค่าคอมมิชชั่น 2-8% (LazMall สูงกว่า)
  • ระบบ Seller Centre ซับซ้อนกว่า Shopee
  • ทราฟฟิกน้อยกว่า Shopee ในไทย
  • กฎระเบียบเข้มงวดกว่า โดยเฉพาะ LazMall

เหมาะกับ: ผู้ขายที่มีแบรนด์ หรือขายสินค้าระดับกลาง-สูง ที่ต้องการภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพ

TikTok Shop: สำหรับคนชอบทำคอนเทนต์

TikTok Shop Thailand กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกับสินค้าที่ขายผ่านวิดีโอและ Live ได้ดี

จุดแข็ง:

  • ลูกค้ากลุ่มใหม่ ส่วนใหญ่อายุ 18-35 ปี
  • ระบบ Affiliate ให้ครีเอเตอร์/KOL ช่วยขายสินค้าให้
  • สินค้าไวรัลสามารถทำยอดขายพุ่งได้ในข้ามคืน
  • Live Shopping เป็นช่องทางที่ทรงพลังมาก

จุดอ่อน:

  • ต้องทำคอนเทนต์วิดีโออย่างสม่ำเสมอ — ไม่มีวิดีโอ ไม่มียอดขาย
  • ค่าคอมมิชชั่น 3-5%
  • ยอดขายผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับอัลกอริทึม
  • ต้องมีทักษะการถ่ายวิดีโอและไลฟ์ขายของ

ค่าใช้จ่าย:

รายการค่าใช้จ่าย
ค่าสมัครฟรี
ค่าคอมมิชชั่น3-5%
ค่า Affiliate (ถ้าใช้)กำหนดเองได้ (มักจะ 5-20%)
TikTok Ads (เลือกได้)เริ่มต้น 200 บาท/วัน

เหมาะกับ: ผู้ขายที่ชอบถ่ายวิดีโอ สินค้าที่ต้อง “โชว์” เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหาร สินค้าแก้ปัญหา

LnwShop: แพลตฟอร์มสัญชาติไทย

LnwShop เป็นแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ที่พัฒนาโดยคนไทย สำหรับคนไทย

จุดแข็ง:

  • แพ็คเกจฟรีให้เริ่มต้น (จำกัดสินค้าและฟีเจอร์)
  • ภาษาไทยทั้งระบบ — แดชบอร์ด คู่มือ ทีมซัพพอร์ตพูดไทย
  • เชื่อมต่อ Shopee/Lazada ได้ — ขายทั้งเว็บไซต์เองและ marketplace
  • ราคาถูกกว่า Shopify มาก (แพ็คเกจเสียเงินเริ่มต้น 490-990 บาท/เดือน)
  • ระบบชำระเงินไทย (PromptPay, โอนธนาคาร, บัตรเครดิต) พร้อมใช้

จุดอ่อน:

  • ธีมและดีไซน์มีให้เลือกน้อยกว่า Shopify
  • ไม่เหมาะกับการขายต่างประเทศ
  • ระบบแอปเสริมจำกัด
  • SEO และเครื่องมือการตลาดไม่แข็งแรงเท่า Shopify

ค่าใช้จ่าย:

แพ็คเกจราคา/เดือนสินค้าฟีเจอร์หลัก
ฟรี0 บาทจำกัดร้านพื้นฐาน
Standard490 บาทไม่จำกัดโดเมนเอง, วิเคราะห์ข้อมูล
Premium990 บาทไม่จำกัดเชื่อมต่อ marketplace, ฟีเจอร์เต็ม

อ่านรีวิวฉบับเต็มที่ รีวิว LnwShop

เหมาะกับ: คนไทยที่อยากมีเว็บไซต์ร้านเป็นของตัวเอง ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ และต้องการแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายราคาไม่แพง

Shopify: สำหรับผู้สร้างแบรนด์ระดับสากล

Shopify เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของโลก เหมาะกับผู้ขายที่ต้องการร้านค้าที่ดูมืออาชีพและขยายไปต่างประเทศได้

จุดแข็ง:

  • ธีมสวย มืออาชีพ ร้านดูดีตั้งแต่วันแรก (ธีมฟรี 12 ตัว + ธีมพรีเมียม 17,000-45,000 บาท)
  • แอปเสริมมากกว่า 8,000 ตัว — ทำอะไรก็ได้
  • SEO และเครื่องมือการตลาดแข็งแรงมาก
  • เหมาะกับการขายต่างประเทศ
  • อัปไทม์ 99.98% — ร้านไม่ล่ม

จุดอ่อน:

  • ราคาเริ่มต้น 1,400 บาท/เดือน (USD 39 แปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน)
  • แดชบอร์ดเป็นภาษาอังกฤษ
  • ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 0.6-2% เมื่อใช้ payment gateway ภายนอก
  • ไม่มีลูกค้าในตัว ต้องหาทราฟฟิกเอง
  • ระบบจัดส่งไทยต้องติดตั้งแอปเสริม

ค่าใช้จ่าย:

แพ็คเกจราคา/เดือน (โดยประมาณ)ค่าธรรมเนียมเพิ่ม
Basic1,400 บาท2%
Shopify3,850 บาท1%
Advanced14,700 บาท0.6%

อ่านรีวิวฉบับเต็มที่ รีวิว Shopify สำหรับผู้ขายไทย

เหมาะกับ: ผู้ขายที่สร้างแบรนด์พรีเมียม ต้องการขายต่างประเทศ มีงบลงทุนค่าแพลตฟอร์ม และพร้อมเรียนรู้ระบบภาษาอังกฤษ

สรุป: เลือกแพลตฟอร์มไหนดี

ไม่มีแพลตฟอร์มที่ “ดีที่สุด” สำหรับทุกคน แต่มีแพลตฟอร์มที่เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ:

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ ไม่มีประสบการณ์: เริ่มจาก Shopee คุณจะได้ลูกค้าเร็วที่สุด ไม่ต้องลงทุนค่าแพลตฟอร์ม และเรียนรู้พื้นฐานการขายออนไลน์ได้ทันที

ถ้าคุณชอบทำคอนเทนต์วิดีโอ: ใช้ TikTok Shop สินค้าที่ “โชว์” ได้ดี เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหาร จะขายดีบนแพลตฟอร์มนี้

ถ้าคุณอยากมีเว็บไซต์เอง แต่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ: ใช้ LnwShop ภาษาไทยทั้งระบบ ราคาถูก ซัพพอร์ตพูดไทย

ถ้าคุณสร้างแบรนด์พรีเมียมหรือขายต่างประเทศ: ใช้ Shopify ธีมสวย ระบบแข็งแรง ขยายได้ไม่จำกัด

คำแนะนำที่ดีที่สุด: เริ่มจาก marketplace (Shopee) เพื่อทดสอบตลาดและพิสูจน์ว่าสินค้าขายได้ พร้อมกับเปิดเว็บไซต์ร้านเอง (LnwShop หรือ Shopify) เพื่อสร้างแบรนด์ระยะยาว ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จมักใช้ทั้งสองช่องทางพร้อมกัน

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเริ่มต้น เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับตัวคุณวันนี้ แล้วค่อยเปลี่ยนหรือเพิ่มทีหลังได้เสมอ

ก้าวต่อไป

พร้อมเลือกแล้ว? อ่านรีวิวเจาะลึกแต่ละแพลตฟอร์ม:

Frequently Asked Questions

แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุด?
Shopee เหมาะกับมือใหม่ที่สุดเพราะสมัครฟรี มีลูกค้าพร้อม ระบบจัดส่งในตัว และไม่ต้องสร้างเว็บไซต์เอง คุณจ่ายเฉพาะค่าคอมมิชชั่น 2-6% เมื่อขายได้ สำหรับคนที่อยากมีเว็บไซต์ร้านเป็นของตัวเอง LnwShop มีแพ็คเกจฟรีและระบบภาษาไทยทั้งหมด เริ่มต้นง่ายไม่ต้องมีความรู้เทคนิค
ค่าใช้จ่ายในการขายบน Shopee เท่าไร?
การสมัครเป็นผู้ขายบน Shopee ฟรี ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าคอมมิชชั่น 2-6% ต่อออเดอร์ (ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า) ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน 2% และค่าจัดส่ง (ส่วนหนึ่งอาจอุดหนุนโดย Shopee ในช่วงโปรโมชั่น) ไม่มีค่าสมัครหรือค่ารายเดือน จ่ายเฉพาะเมื่อขายได้จริง
ควรขายบน marketplace หรือเปิดเว็บไซต์เอง?
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจาก marketplace (Shopee, Lazada) ก่อนเพราะมีลูกค้าพร้อมและไม่ต้องลงทุนค่าแพลตฟอร์ม เมื่อมียอดขายสม่ำเสมอแล้ว ค่อยเปิดเว็บไซต์ร้านเอง (LnwShop, Shopify) เพื่อสร้างแบรนด์และไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จมักขายทั้งสองช่องทางพร้อมกัน

Before you go...

Get our 30-Day Store Launch Plan — from zero to your first sale, step by step.

No spam. Unsubscribe anytime.

You're in!

Check your inbox for a welcome email.